ผ่านพ้นไปแล้วกับการประกาศเปิดตัวสินค้าใหม่ของ Apple ซึ่งก็คือ iPad นั่นเอง ตอนที่ Apple ได้ประกาศออกมา และผมได้ดู keynote ผ่านทาง podcast ของ Apple (ถ้าท่านอยากได้ก็กดที่
link นี้เลย) แล้ว ผมก็มีความเห็นต่างๆนาๆ ในหัว ก็เลยอยากจะมาแบ่งปัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทุกท่าน
เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ สำหรับสินค้าใหม่ที่ Apple ได้เปิดตัวครั้งนี้ก็คือ iPad ซึ่งก็คือ Tablet จากฝั่ง Apple นั่นหมายความว่า Apple ได้เริ่มลงมาเล่นเกมในตลาด Tablet แล้วหลังจากมีข่าวออกมานานหลายปีแล้วว่า Apple จะลงมายังตลาดนี้
แล้วตลาดนี้มันน่าสนใจยังไงละ คำตอบง่ายมาก ซึ่ง Steve Jobs ก็ได้เฉลยไปแล้วใน Keynote ของเขาว่า ในความจริงแล้ว ในตอนนี้ มันยังมีช่องว่างระหว่าง iPhone ที่เป็น Smart phone กับ Macintosh ที่เป็น Notebook อยู่ “ช่องว่าง” ช่องว่างอะไรละ ช่องว่างในที่นี้ หมายถึงว่า ทำไมละ ทำไมเวลาที่เราจะแค่ เช็คอีเมล์เล็กๆน้อยๆ บนเตียง เราต้องมาเปิดดูอีเมล์บนเครื่องมือถือเล็กๆด้วย หรือบางครั้งอยากจะแก้งาน presentation เล็กๆน้อยๆ หรือจะตรวจทานอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เราต้องยกโน๊ตบุคเครื่อง(ค่อนข้าง)ใหญ่ สายพันรุงรังมาวางบนเตียงเพื่อทำอะไรแค่นั้นเองเหรอ ทำไมละ ทำไมมันถึงไม่มีอะไรซักอย่างที่ให้เรานอนกลิ้งเอกเขนกบนเตียง แต่สามารถเช็คอีเมล์ได้ง่ายๆ หรือแก้งาน presentation ของเราได้ด้วยอุปกรณ์ที่ขนาดกำลังดี ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป นี่แหละครับ ตลาดสำหรับ iPad ที่ Apple ได้เล็งเอาไว้
ดังนั้น ถ้ามีใครบอกว่า iPad อะนะ โอ๊ย มันก็แค่ iPod Touch ที่เอามาขยายขนาดโง่ๆ เดี่ยวคอยดูนะ ออกมางี้เดี่ยว iPod Touch หรือ iPhone ก็ขายไม่ออกหรอก ผมจะเถียงเขาว่า ไม่จริงหรอก เพราะตลาดของ iPhone กับ ตัว iPad นั้นมันคนละตลาดกัน iPhone นั้นเป็น smart phone หรือถ้าจะแปลความหมายให้ตรงตัวคือ โทรศัพท์ที่ฉลาด แต่ไม่ใช่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ดี iPhone มีข้อจำกัดอย่างใหญ่หลวงในการนำมาใช้งานจริงจัง นั่นก็คือขนาดของมัน ด้วยความที่มันมีขนาดเล็ก ทำให้ การใช้ iPhone ในการทำงานนั้น โดยเป้าหมายแล้ว เพียงเพื่อใช้งานแบบครั้งคราวเท่านั้น เช่น มีเมล์ด่วนมาต้องดูว่า order นั้นถูกต้องมั้ย ถ้าไม่มีอะไรอยู่ใกล้มือเลยก็ยังมี iPhone หรือว่าเดินทางเบื่อๆ อยากจะ tweet คลายเหงา ก็ต้องใช้ iPhone นี่แหละ แต่ไม่มีใครแน่นอนที่จะนอนอยู่บนเตียงแล้วจะใช้ iPhone ทำงานแก้ presentation หรืออย่างมากก็ทำได้แค่ online MSN เพราะขี้เกียจใช้ notebook (บอกตามตรงว่าผมนี่แหละครับ แต่ขอโทษ การเล่น MSN บน iPhone มันทรมานมาก พิมพ์ยากกว่าเดิมหลายเท่า ช้า เล็ก โน่นนี่นั่น แต่ข้อเสียทั้งหมดก็แพ้เหตุผลที่ว่าผมขี้เกียจแบก notebook กลับบ้านเพราะมันลำบากกว่า 555)
ซึ่งผิดกับ iPad ตัว iPad นั้น Apple เล็งให้มาเป็นอุปกรณ์เพื่ออำนวยความสะดวก เสริมข้อเสียของทั้ง iPhone ที่เล็ก ช้า และของ Notebook ที่ใหญ่ไปนิดกับการใช้งานที่อยากจะเอกเขนกบนที่สักที่หนึ่ง ซึ่งทาง Jobs เองก็เน้นย้ำในเรื่องนี้บ่อยมาก ทั้งการเปิด slide ที่บอกถึง ตลาดของ iPad ถึงสองสามรอบ อีกทั้งยังสาธิตการใช้งาน iPad ด้วยการนั่งเอกเขนกบนโซฟาแล้ว demo iPad ไปด้วย ซึ่งบอกตามตรงว่า ผมไม่เคยเห็น Jobs ทำแบบนี้มาก่อน โดยที่เขาทำเพื่อจะเน้นย้ำถึง position ของตลาด iPad ให้ผู้ชมได้เห็น อีกสิ่งหนึ่งที่บอกเป็นนัยๆก็คือว่า การที่ Jobs นั้น ขอให้ทีม iWork นั้นผลิต iWork สำหรับ iPad ออกมา เพื่อที่จะได้บอกเป็นนัยๆว่า iPad นั้นเป็นอุปกรณ์ที่ไว้ทำงานจริงจังนะ เพราะการที่มี iWork บน iPad ออกมา นอกจากจะบอกผู้ใช้ทั่วไปว่า iPad นั้นมีไว้ทำงานจริงจังได้แล้ว ยังเป็นการบอกเหล่า developer ทั้งหลายเป็นนัยๆอีกว่า iPad นั้น สามารถรองรับการทำงานต่างๆได้อย่างแน่นอน ดังนั้น ทำ application ที่ผู้ใช้ใช้งานจริงจังออกมาบน iPad ได้เลย เพื่อกระตุ้นให้เหล่า developer พัฒนา application ที่เหนือกว่าบน iPhone มาให้เหล่าผู้ใช้ทั้งหลาย อีกด้วย
แต่ถึง Jobs จะพยายามบอกเป็นนัยๆแก่ทุกคนว่า iPad นั้นมีไว้ให้ใช้งานจริงจัง แต่ Jobs เองก็ยังนำเสนอให้ตัว iPad เอง เป็น อุปกรณ์ multi media เช่นเดียวกับ iPhone อีกทั้งยังเลือก LCD แบบ IPS ซึ่งมีมุมมองกว้างถึง 178 องศา และมีสีสันที่สดใสกว่า LCD แบบ TFT เพื่อเน้นให้ iPad เองเป็นอุปกรณ์ multi media ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ใช้นั้นไม่หวาดกลัว iPad มากจนเกินไป จนกลายเป็นมีเสียงตอบรับกลับมาว่า “เอ้ย iPad มันไว้ทำงาน เราอยากดูหนังฟังเพลงจะซื้อมาทำไม” จากผู้ใช้กลับมา นอกจากนี้ Apple เองก็ได้เปิดตลาดใหม่คือตลาด E-Book ผ่านทาง iPad หลังจาที่เปิดตลาดเพลง ด้วย iPod และตลาด app. ด้วย iPhone ไปแล้ว เพื่อให้สมกับการเปลี่ยนแนวทางตลาดจากบริษัทที่ทำคอมพิวเตอร์ มาเป็นบริษัทที่ทำอุปกรณ์ multi media หลากหลายรูปแบบ
ดังนั้น ถ้ามีคนถามผมว่า iPad นั้นจะมาขโมยที่ iPhone มั้ย ผมก็จะตอบว่า อาจมีบ้าง แต่ไม่มากแน่นอน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเรามาลองพิจารณาดูดีๆ จริงๆแล้ว Apple ยังคงเป็นบริษัทที่ทำคอมพิวเตอร์ขายเป็นหลัก ถึงแม้ Apple จะทำ PR ในส่วนของอุปกรณ์อื่นๆมากมาย แต่ถ้าเรามาดูที่ Revenue ของ Apple ก็จะพบว่า รายได้ส่วนใหญ่ของ Apple นั้น มาจาก Mac ไม่ใช่ iPhone หรือ iPod โดย Apple เล็งให้ iPhone และ iPod นั้นเป็นเหมือนกับเหยื่อที่โปรยไปยังผู้ใช้ต่างๆ ให้หันมาใช้ Mac แทนการใช้ PC เหมือนเดิม ซึ่งดูเหมือนกลยุทธ์นี้จะได้ผลเสียด้วย เพราะหลังจาก iPhone และ iPod ออกมานั้น ยอดขาย Mac ก็เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ทีนี้เราก็คงต้องมารอดูแล้วละว่า iPad จะช่วยได้มากแค่ไหน
เรื่องต่อมาคือเรื่อง iPad มีอะไรใหม่บ้าง ถ้าเราลองพิจารณา iPad โดยที่สเปคของมันก็จะพบว่า iPad นั้นไม่มีอะไรใหม่เลย ที่มีมาดูเหมือนใหม่ก็มีแค่ Apple A4 ที่เป็น SOC ของ Apple เอง เรียกได้ว่า ทำเองใช้เอง ซึ่งผมคาดว่า ตัว A4 นี้คงได้ไปอยู่ใน iPhone รุ่นใหม่แน่นอน แต่อาจจะมีการปรับแต่งเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับ iPhone เอง นอกนั้นก็เหมือนการนำเอา iPod touch มาทำให้ใหญ่ขึ้น
แต่อีกส่วนหนึ่งที่เรียกได้ว่ามีการพัฒนาก็คือด้าน Software ตัว OS ของ iPad นั้นใช้ OS เดียวกับ iPhone นั่นคือ iPhone OS โดย OS ของ iPad เป็น iPhone OS 3.2 ซึ่งมีการเพิ่มเติมส่วนต่างๆเข้าไปมากมายเพื่อให้รองรับ iPad โดยเฉพาะ ดังนั้นถ้าถามผม ผมมองว่า iPhone OS ของ iPhone นั้นคงจะตันที่ 3.1.x และให้ iPad เป็น 3.2.x ไปเรื่อยๆแทน จนกระทั่งจะกลางปีซึ่งมีงาน WWDC ที่ Apple มักใช้ออก iPhone ตัวใหม่รวมทั้ง OS ใหม่
โดยสิ่งที่เพิ่มมาในส่วนของ OS สำหรับ iPad โดยหลักๆก็จะเป็น component ต่างๆ และมี ตัวช่วยบางอย่างที่ช่วยให้การใช้งาน multi touch นั้นสะดวกยิ่งขึ้น (ยกตัวอย่างเช่น ยกตัวอย่างเช่น ใน iPhone เราไม่สามารถจะ pinch เพื่อ zoom และ scroll ไปด้วย เราต้อง zoom ก่อนที และค่อย scroll แต่ใน iPad เราสามารถที่จะ zoom ไป scroll ไปได้แล้ว ซึ่งผมมองว่า gesture แบบนี้มันควรมีมานานแล้ว และในที่สุดมันก็มา ) และส่วนประกอบเสริมต่างๆ ที่มีทั้งย้ายมาจาก OS X และเพิ่มขึ้นมาให้ iPad โดยเฉพาะ เพื่อให้ iPad นั้นเป็นอุปกรณ์ที่มีไว้ทำงานที่เหนือกว่า iPhone นั่นเอง
และเนื่องจากตัว OS ของ iPad เอง based on iPhone OS แต่ก็อยากให้ต่างจาก iPhone จึงแบ่งด้วยรุ่น 3.1.x กับ 3.2.x ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว แล้วทำไม Apple ไม่ออก OS ตัวใหม่มาเลยละ ถ้าถามผมมองว่า เพราะมันยังไม่ถึงเวลายังไงละ ทั้งเรื่องของ timeline ที่ยังไม่ครบปีของ iPhone OS 3 ทั้งการที่ Dev. ยังไม่มีประสบการณ์ในการเขียน iPad app ทั้งการที่งานเปิดตัว iPad หลักๆแล้วเพื่อเปิดตัวสินค้าไม่ใช่ OS ทำให้เรายังไม่เห็น iPhone OS 4 ออกมาพร้อม iPad
แต่ในขณะเดียวกัน ผมมีความเห็นว่าตัว iPad เองก็เป็นตัวที่บอกถึงแนวโน้มของ OS 4 ได้เป็นอย่างดี ผมมีความเห็นว่า OS 4 เนี่ยจะรองรับ multi tasking บน iPad แต่บน iPhone นี่ไม่รู้นะ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานพลังของ iPad ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำ Home screen ใหม่ การที่เราอาจจะได้ หน้าตา desktop ของ iPhone ใหม่ (บอกตามตรงว่า ช่องไฟระหว่าง icon ของ iPad ขัดใจผมมาก มันกว้างเกินไป) และไม่แน่ เราอาจจะได้เห็น component ใหม่ๆ สำหรับ iPhone เพิ่มมาอีกก็ได้ (ซึ่งคงไม่ใช่อันเดียวกับ iPad เพราะด้วยความที่ iPhone จอเล็กกว่า iPad เยอะ ทำให้ component ที่เวิคบน iPad อาจจะไม่เวิคบน iPhone)
และนั่นก็คือความเห็นของผมที่มีต่อ iPad ถ้ามีคนถามว่า iPad จะเวิคมั้ย จะขายได้ดีมั้ย ผมคงยังตอบไม่ได้ แต่ในความเห็นผม ผมคิดว่า มันไปรอด และน่าจะไปได้ดีด้วย แล้วจะซื้อเลยดีมั้ย ถ้าถามผม ผมคงยังไม่ซื้อถ้ายังไม่ได้เล่นของจริง (เพราะยังไม่มีเงิน T^T) ถ้าได้เล่นแล้วถูกใจก็อาจจะรอรุ่นต่อไป เพราะอย่างที่รู้ๆกัน Apple ชอบออกผลิตภัณฑ์ตัวแรกเพื่อดูท่าทีตลาด เหมือนโยนหินลงน้ำเพื่อดูว่าน้ำจะกระเพื่อมแรงมั้ยทำนองนั้น
สุดท้ายนี้ ก็ต้องขอขอบคุณที่ทนอ่านจนจบ ตอนจะเริ่มเขียนไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ และที่สำคัญที่สุด ผมยินดีแลกเปลี่ยนความเห็นกับทุกท่านนะครับ ^_^